20 กรกฎาคม 2562 ปริมาณน้ำสองเขื่อนใหญ่ในจังหวัดลำปาง ลดระดับหลังฝนทิ้งช่วง ชลประทานเร่งชี้แจงไม่กระทบกับพื้นที่เพาะปลูกภายในเขต

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190720080747670

ตามที่ได้เกิดปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วง เป็นระยะเวลาติดต่อกันนานกว่า 2 เดือน นับตั้งแต่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเรื่องการเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย  จังหวัดลำปางมีปริมาณฝนตกในเขตบริเวณพื้นที่น้อยกว่าปกติ จนทำให้ระดับน้ำใน 2 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำลดลง เหลือน้อยกว่าร้อยละ 50 จนคาดการณ์ได้ว่าอาจจะเกิดปัญหาวิกฤตภัยแล้ง โดยจากสถานการณ์ดังกล่าวได้เกิดกระแสข่าวในสังคมทำให้ประชาชนในหลายภาคส่วนเกิดความเข้าใจผิดต่อเรื่องระดับน้ำและการบริหารจัดการน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปรับลดช่วงเวลาการจัดส่งระบายน้ำจากเขื่อนกิ่วลม-กิ่วคอหมา เพื่อจะนำน้ำมาใช้ในกิจกรรมอื่นที่ไม่สมประโยชน์ ซึ่งได้สร้างความวิตกกังวลแก่เกษตรกรผู้ใช้น้ำในเขตพื้นที่ ว่าจะมีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำนาปลูกข้าว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา  กล่าวว่าเนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” จึงทำให้ในหลายๆ พื้นที่เกิดปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วง มีฝนตกน้อยจนต้องประสบกับภาวะแล้งจัด และคาดว่าสถานการณ์จะยังคงยาวต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งในส่วนนี้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้ตั้งแต่แรก โดยได้ทำการกักเก็บน้ำไว้ภายในเขื่อนทั้ง 2 แห่ง ตั้งแต่เมื่อช่วงฤดูฝนของปีที่ผ่านมา และได้ทำการสำรองน้ำภายในเขื่อน สำหรับให้เกษตรกรได้ใช้ทำนาเพาะปลูกพืชอย่างเพียงพอ ชดเชยช่วงที่ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลในปีนี้ สำหรับสถานการณ์น้ำในภาพรวม ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง คือ กิ่วลม และกิ่วคอหมา มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันอยู่ที่ 87 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างทั้งหมด ทางโครงการส่งน้ำฯ  มีการระบายน้ำจากเขื่อนกิ่วคอหมา เข้ามาเสริมให้กับเขื่อนกิ่วลม โดยน้ำที่ส่งลงมาเพิ่มเติมก็คือน้ำที่ได้เก็บสำรองไว้เพื่อการเกษตรกิ่วลม-แม่วัง สำหรับให้เกษตรกร 4 อำเภอลุ่มน้ำ ในเขตพื้นที่ชลประทานของเขื่อนกิ่วลม ได้ใช้ประโยชน์เพาะปลูกพืชผล ทำนาปลูกข้าวตามฤดูกาล นอกจากนี้ทางโครงการส่งน้ำฯ ยังได้ทำการสำรองน้ำสำหรับใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค ประปาและรักษาระบบนิเวศไว้แล้ว อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยังคงยืดเยื้อเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทางโครงการส่งน้ำฯ จึงจะได้มีการเพิ่มมาตรการประหยัดน้ำเข้ามาใช้เสริม เพื่อจะให้การบริหารจัดการ การใช้น้ำเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด